ยินดีต้อนรับเข้าสู่เว็บไซต์ โรงเรียนเทศบาลวัดไทรอารีรักษ์(มณีวิทยา) สังกัดเทศบาลเมืองโพธาราม จังหวัดราชบุรี
วันที่ 8 พฤษภาคม 2021 12:18 PM
b-school01
logo-minโรงเรียนเทศบาลวัดไทรอารีรักษ์(มณีวิทยา)
หน้าหลัก » นานาสาระ » 4 พฤติกรรมแย่ๆที่ทำให้คุณไม่มีเงินออม

4 พฤติกรรมแย่ๆที่ทำให้คุณไม่มีเงินออม

อัพเดทวันที่ 23 พฤศจิกายน 2020 เข้าดู 36 ครั้ง

4 พฤติกรรมแย่ๆ ที่ทำให้คุณไม่มีเงินออม

4 พฤติกรรมแย่ๆที่ทำให้คุณไม่มีเงินออม

4 พฤติกรรมแย่ๆ ที่ทำให้คุณไม่มีเงินออมมีใครบ้างที่เคยพยายามลองเก็บเงินแล้วเก็บไม่อยู่บ้างครับ ผู้เขียนแต่ก่อนก็ใช้เงินสุรุ่ยสุร่ายไม่คิดอะไรมากด้วยเพราะเงินที่ผู้เขียนได้มาในแต่ละเดือนสมัยเรียนจากพ่อค่อนข้างน้อย เรียกได้ว่าใช้ได้มากสุดแค่วันละ100 บาทเท่านั้น รวมค่าน้ำ ค่ารถ ค่าอินเทอร์เน็ตมือถือ ซึ่งต้องไปแบ่งจากส่วนนี้อีกที บางทีมีค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการเรียนเพิ่มเติม การใช้ให้เงินก้อนนี้ให้พอดีไปตลอดเดือนถือว่ายากแล้ว ถ้าจะคิดเรื่องเงินเก็บล่ะก็ไม่ไหวแน่ ผู้เขียนคิดแบบนั้น แต่พอผ่านอะไรหลายๆอย่างผู้เขียนลองสักเกต จึงได้รู่ว่าที่จริงเงินไม่ได้น้อยขนาดจะเก็บเป็นเงินออมไม่ได้เลย แค่ผู้เขียนละเลยไม่เก็บมันเองต่างหาก ในบทความนี้ผู้เขียนจึงอยากเตือนคนที่มีพฤติกรรมเหล่านี้ ให้ระวังไว้ว่าคุณอาจเก็บเงินไม่อยู่

 

1.ออมเงินไม่เป็น

ต้นเหตุของการไม่มีเงินเก็บ แน่นอนว่าเพราะไม่ได้ออมเงินนั่นเอง แต่แบบไหนล่ะถึงจะเรียกว่าการออมได้ หลายคนอาจเคยออมเงินช่วงระยะเวลาหนึ่ง อาจ 1 เดือน หรือ 1 ปี เพื่อใช้ชื้อของที่อยากได้ ผู้เขียนมองว่านั่นไม่ใช่การออมเงินแต่เป็นการเก็บเงิน 

ข้อแตกต่างระหว่างสองอย่างนี้ คือ การเก็บเงินมักมีเป้าหมายที่แน่ชัด อาจเป็นจำนวนเงิน หรือระยะเวลา และวัตถุประสงค์การใช้ เช่น เก็บเงินไปเทียว เก็บเงินไว้ซื้อของ แต่ถ้าเป็นการเก็บเงินชาเลนจ์(Challenge)ตัวเองเพื่อช่วยให้ออมเงินง่ายขึ้น แบบนั้นแม้จะมีลักษณะคล้ายการเก็บเงินแต่ก็มีวัตถุประสงค์เพื่อการออมสามารถเรียกว่าการออมเงินได้

ส่วนเงินออมคืออะไร? เงินออมควรเป็นเงินจากส่วนหนึ่งของรายได้ ซึ่งเราเก็บไว้ใช้ยามจำเป็นในอนาคต เช่น เมื่อเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดต้องนำเงินส่วนนี้ออกมาใช้ยามฉุกเฉิน หรือก็คือเงินที่เราเก็บไว้เฉยๆโดยไม่รู้แน่ชัดว่าจะเก็บมันไว้ใช้กับเรื่องใดบ้าง หรือหลายคนเอาจเรียกว่า เงินออมฉุกเฉิน

ด้วยลักษณะการออมที่เป็นแบบนี้ มักทำให้มีความรู้สึกว่าการออมเงินทำได้ยาก จะเก็บเงินไว้ทำไมกัน? พอเงินที่เราออมเริ่มมากขึ้นเป็นจำนวนหนึ่งความโลภจะเข้าครอบงำ ทำให้เราต้องใช้มันเพื่อความต้องการส่วนตัว ณ เวลานั้น ซึ่งบางทีอาจไม่ใช่เรื่องจำเป็นหรือฉุกเฉินเลย ครั้งหนึ่งผู้เขียนเคยเก็บเงินมากพอจำนวนหนึ่ง และเกิดหิวอยากกินของอร่อยๆขึ้นมา จึงได้ใช้เงินนั้นซื้อของกินไปหมดในคราวเดียว

ดังนั้น ด่านแรกของการออมเงินคือเราต้องใจแข็งเก็บเงินของเราไว้แบบนั้น ทำเหมือนว่าไม่เคยมีตัวตนได้ยิ่งดี หากความโลภกำลังเรียกให้เราใช้เงินก้อนนั้น ไม่ว่าจะน้อยจะมากแค่ไหน ห้ามไม่ใช้เงินเด็ดขาด จนกว่าจะเป็นเรื่องฉุกเฉินที่มีผลกระทบมากมายต่อชีวิต ร่างกาย ทรัพย์สิน หรือสุขภาพค่อยนำออกมาใช้

 

2.ไม่มีรายได้

เงินออมได้มาจากรายได้ของเราไม่ว่าทางใดก็ตาม รายได้ส่วนหนึ่งเรานำไปใช้ในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะค่ากิน ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าบ้าน อื่นๆ ส่วนที่เหลือเราก็เก็บไว้เป็นเงินออม จะมากจะน้อยขึ้นอยู่กับรายได้ของเราเอง

ถ้าเราไม่มีรายได้เงินออมก็ไม่มี หากเรารายได้น้อยเงินที่ได้จากการออมก็น้อยลงเช่นกัน อาจนำมาสู่ความคิดที่ว่าเล็กน้อยขนาดนี้จะเก็บไปเพื่ออะไร แล้วจบที่ใช้เงินจนหมด บางทีการมีรายได้น้อยมากทำให้เราคิดว่าแค่จะเก็บไว้สักบาทก็ยากแล้ว

แม้ปัญหานี้จะแก้ได้ง่ายโดยการหารายได้เพิ่ม แต่นั่นคงเป็นเรื่องยากสำหรับบางคน จะให้มีรายได้เพิ่มขึ้นต้องใช้เวลา จะหารายได้เสริมก็ไม่มีเวลา หากเป็นเช่นนี้ผู้เขียนขอแนะนำให้ลองลดค่าใช้จ่ายดูครับ เริ่มจากสิ่งที่ง่ายใกล้ตัวคืออาหารการกิน อย่างอาหารที่พวกแม่ค้าทำให้ทานนั้นได้ถูกเพิ่มค่าราคาฝีมือและค่าเสียเวลาของแม่ค้าเข้าไปด้วยทำให้มีราคามากกว่าปกติ แต่ถ้าเราทำเองตรงนั้นเราอาจไม่ต้องจ่ายเยอะเท่าซื้อกิน แต่ต้องจ่ายด้วยเวลาของเราในการเดินจ่ายตลาด และเวลาที่เราใช้ในการทำอาหารแทน สำหรับคนไม่มีเวลา

หรือความสามารถในการทำอาหารด้วยตัวเองผู้เขียนเข้าใจในส่วนนี้ เพราะผู้เขียนก็ทำอาหารไม่เป็น ถึงอย่างนั้นก็ยังมีเมนูง่ายๆอย่างแซนวิสที่ใช้อุปกรณ์และเวลาไม่มาก  แม้การกินเป็นอาหารทั้งสามมื้อคงเป็นไปได้ยาก แต่ช่วยลดค่าอาหารของเราตอนเช้าได้เยอะครับ

3.ซื้อของที่อยากได้

คำว่าอยากได้กับจำเป็น เป็นคำที่มีความหมายแตกต่างกัน ‘ของจำเป็น’ หมายถึง ของที่จำเป็นต้องใช้ ของที่ต้องมี เพื่อประโยชน์ในการดำรงชีวิต ส่วนของที่อยากได้ตรงกันข้าม คือ ของที่ไม่จำเป็นต้องใช้ ไม่ต้องมีก็ได้ การมีอยู่ของมันเพื่อความสุขเท่านั้น

ผู้เขียนไม่ได้ตีตราว่าการใช้เงินซื้อความสุขนั้นเป็นสิ่งที่ผิด นั่นเป็นเรื่องที่ดีด้วยซ้ำเพราะจะกลายเป็นกำลังใจในการใช้ชีวิตของเรา แต่บางครั้งเราไม่จำต้องมีของที่อยากได้ทุกสิ่งทุกอย่าง ซื้อสักชิ้นสองชิ้นต่อเดือนแล้วไม่กระทบต่อชีวิตเรา แค่นั้นเราสามารถทำได้แน่นอน

แต่สำหรับคนที่ซื้อของที่อยากได้มากกว่าของที่จำเป็นแล้วคิดว่าของนั้นทำให้เรามีความสุขก็เพียงพอแล้ว ให้เตือนตัวเองไว้เสมอว่า วันไหนที่เราไม่มีของจำเป็นเหลือแล้ว ของที่อยากได้จะสามารถช่วยให้เราดำรงชีวิตได้หรือเปล่า

4.ค่าใช้จ่ายรายเดือนเยอะเกินไป

ในยุคนี้เรามีรายจ่ายประจำเดือนอยู่อย่างน้อยก็คนละอย่าง นับตั้งแต่ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่ามือถือ ค่ารถ ค่าบ้านและอื่น ๆ ขึ้นอยู่กับการใช้ชีวิตของแต่ละคน 

ถ้าเราลองพิจารณาดูว่าสิ่งที่เราจ่ายไปทุกเดือนนั้นมีค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นซ่อนอยู่หรือไม่ อาทิเช่น ค่าเน็ตหรือโทรศัพท์รายเดือนที่บางคนกำลังจ่ายแพงกว่าการใช้งาน บางคนมีซิมโทรแต่ไม่ได้โทรหนักก็เปลือง บางคนมีซิมเน็ตเร็วแรงก็ไม่ได้ใช้ บางทีจ่ายแบบเติมเงินอาจเข้ากับไลฟ์สไตล์ของบางคนมากกกว่า ผู้เขียนอยากให้ทุกคนสำรวจตนเองกันนะครับเพราะส่วนที่ง่ายที่สุดในการออมคือการลดรายจ่าย

เป็นอย่างไรบ้างครับ สำหรับพฤติกรรมที่ทำให้คุณยังไม่มีเงินออม หลายคนไม่ได้เป็นแบบนั้น ผู้เขียนก็ยินดีด้วยครับ แต่ใครอ่านแล้วยังเห็นว่าไม่ได้เป็นแบบนี้ แต่ทำไมยังไม่มีเงินเก็บอีก อย่างที่บอกไปว่านี่เป็นประสบการ์ณของตัวผู้เขียน สาเหตุที่แต่ละคนกำลังประสบอยู่อาจแตกต่างจากสิ่งที่ผู้เขียนรู้ ขอแนะนำให้ปรึกษาคนรู้จักหรือคนใกล้ตัวดูนะครับ อาจได้มุมมองดี ๆกลับมาประยุกต์ใช้ 

นานาสาระ ล่าสุด