ยินดีต้อนรับเข้าสู่เว็บไซต์ โรงเรียนเทศบาลวัดไทรอารีรักษ์(มณีวิทยา) สังกัดเทศบาลเมืองโพธาราม จังหวัดราชบุรี
วันที่ 8 พฤษภาคม 2021 11:51 AM
b-school01
logo-minโรงเรียนเทศบาลวัดไทรอารีรักษ์(มณีวิทยา)
หน้าหลัก » นานาสาระ » ไอ้เหมียวแมวตัวแรก

ไอ้เหมียวแมวตัวแรก

อัพเดทวันที่ 22 ธันวาคม 2020 เข้าดู 22 ครั้ง

ไอ้เหมียวแมวตัวแรก

ไอ้เหมียวแมวตัวแรก

ไอ้เหมียวแมวตัวแรก มนุษย์เรามักฝังใจกับอะไรที่เป็นครั้งแรก เช่น เพื่อนคนแรก แฟนคนแรก ทำงานครั้งแรก กินอาหารเผ็ดครั้งแรก ไม่แปลกว่าทำไมสัตว์เลี้ยงตัวแรกมักเป็นความประทับใจแสนตราตรึงเสมอ ผู้เขียนเองก็เคยมีสัตว์เลี้ยงตัวแรกเช่นกัน ซึ่งในบทความนี้ผู้เขียนจะมาเล่าถึง ไอ้เหมียวแมวตัวแรกกัน

ในตอนนั้นผู้เขียนอายุประมาณ 10-12 ปี อาศัยอยู่ที่บ้านของป้ากับลุงในซอยเล็กๆแห่งหนึ่งที่ไม่เจริญมากนัก ณ ที่แห่งนั้นมีชาวมุสลิมอาศัยอยู่มากมาย ซึ่งเพื่อนในวัยเด็กของผู้เขียนก็มีแต่ชาวมุสลิมเป็นส่วนใหญ่ เรียกได้ว่าเป็นชุมชนของชาวมุสลิมเลยก็ว่าได้ มีเพียงไม่กี่บ้านที่นับถือพุทธแบบผู้เขียนและครอบครัว ลุงกับป้าเปิดร้านขายของชำเป็นอาชีพหลักซึ่งในวันหนึ่งก็มักมีผู้คนและสัตว์ต่างๆอย่างหมาและแมวแวะเวียนมามากมาย รวมถึงแม่แมวสามสีตัวหนึ่งที่คนแถวนั้นตั้งชื่อให้ว่า สมศรีด้วย สมศรีแวะมากินข้าวที่บ้านของเราบ่อยครั้ง

 

ด้วยความที่ลุงเป็นคนใจดีรักสัตว์มากจึงมักชอบให้อาหารสุนัขและแมวที่ผ่านมาเสมอ แต่ถึงกระนั้นก็ไม่มีสัตว์ตัวไหนลงหลักปักฐานอยู่ที่นี่จริงจังเลยสักตัว มีแต่เพียงแวะเวียนมาเมื่อหิวโหยและจากไปเมื่อท้องอิ่ม จนกระทั่งวันหนึ่ง ลุงได้ยินเสียงแมวร้องเสียงดังอยู่หลังทีวีในบ้านจึงเข้าไปดูว่าเกิดอะไรขึ้น เมื่อพบว่าสมศรีกำลังจะคลอดลูกจึงปล่อยให้สมศรีคลอดตามธรรมชาติโดยไม่ไปรบกวนใดๆ ไม่นานนักเสียงร้องก็หยุดลง ลุงเข้าไปดูก็เห็นลูกแมวแสนน่ารัก ในตอนนั้นผู้เขียนจำไม่ได้ว่ามีกี่ตัวและเกิดอะไรขึ้นกับตัวอื่นๆบ้าง จำได้เพียงว่าหลังจากนั้น สมศรีกับลูกชายคือไอ้เหมียวก็ได้กลายมาเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวเรา 

 

ไอ้เหมียว เป็นแมวสีส้ม นอกจากชื่อนี้แล้วมันยังมีชื่ออื่นที่ลุงและป้าใช้เรียกคือ ทอง แต่ครั้นผู้เขียนในวัยนั้นจะเรียกตามก็รู้สึกว่ามันเป็นชื่อที่ดูไม่น่ารักเอาเสียเลย แต่ผู้เขียนก็เป็นคนไม่ชอบตั้งชื่อให้อะไรและไม่มีจินตนาการในการตั้งชื่อเท่าไหร่นัก จึงเรียกมันว่า ไอ้เหมียวทีแรกใครเรียกอะไรมันก็ไม่ยอมหัน ตามประสาแมวเด็กและด้วยความเป็นแมวที่ฝึกยากกว่าสุนัข ไม่ยอมทำตามคำสั่งคนง่ายๆ แต่ช่วงหลังๆพอเรียกบ่อยๆเข้ามันก็หันตามเสียงเรียก ในตอนนั้นผู้เขียนดีใจมากรู้สึกเหมือนได้รับการยอมรับจากมันแล้วคิดไปเองว่าในที่สุดก็ได้สนิทกันมากขึ้นอีกขั้นแล้วสินะ

 

แม้สมศรีจะเป็นแมวที่สวยมาก ขนขาวดูสะอาดตาและใจดีไม่เคยดุ ข่วน หรือทำร้ายข้าวของเลย อีกทั้งยังรักความสะอาด แต่ผู้เขียนก็ไม่ค่อยเล่นหรือรู้สึกเอ็นดูมันเท่ากับไอ้เหมียวที่เป็นลูกชาย อาจเพราะด้วยความที่ไอ้เหมียวเด็กจึงน่ารักและมีความขี้อ้อนกว่าสมศรีที่ดูหยิ่งๆและไม่ค่อยเข้าหาคนมากนัก 

 

ผู้เขียนคอยเฝ้ามองความเป็นแม่ที่ดีของสมศรีมาโดยตลอดตั้งแต่ตอนใช้ปากหิ้วลูกเดินไปมาในบ้าน คอยเลียทำความสะอาดขนให้ไอ้เหมียว ให้ไอ้เหมียวดูดนม ดูแล้วก็รู้สึกอบอุ่นหัวใจจริงๆ ลุงและป้ามักชมเสมอว่าสมศรีสอนลูกดีนะ ลูกไม่ดื้อทำร้ายข้าวของแล้วยังขับถ่ายเป็นที่เป็นทางอีกด้วย

 

ไอ้เหมียวเป็นที่รักใคร่ของผู้มาเยือนทุกคน แม้ไม่ได้เข้าไปอ้อนใครก่อนก็มักจะถูกจับไปลูบหัวเสมอ ผู้เขียนเองก็รักไอ้เหมียวมาก ทุกวันหลังกลับจากเลิกเรียนจะขยำปลาทูคลุกข้าวให้กิน เล่นด้วยเป็นประจำทุครั้งที่มีโอกาส และที่ชอบที่สุดคือการลูบขนแสนนุ่มลื่นของไอ้เหมียว แม้จะเลี้ยงแบบระบบเปิด แต่ขนของสมศรีและไอ้เหมียวในความทรงจำของผู้เขียนไม่เคยสกปรกเลยแถมยังดูสุขภาพดีมากอีกด้วย ผู้เขียนชอบทุกอย่างในตัวไอ้เหมียว ไม่ว่าจะเป็นแววตาสีเขียวกลมโตแวววาว อุ้งเท้าเล็กๆแสนน่ารัก ขนนุ่มๆ ตัวอุ่นๆและเสียงร้องน่าเอ็นดู 

 

วันเวลาผ่านไปไอ้เหมียวได้เติบโตขึ้น แต่ในความรู้สึกของผู้เขียนเหมือนเพิ่งผ่านไปแค่ไม่นานเท่านั้น ผู้เขียนยังคงมอบความรักให้มันเหมือนเดิมและมันเองก็ตอบแทนด้วยการให้ความสุขทางใจแก่ผู้เขียนด้วย จนวันหนึ่งไอ้เหมียวหายไปและไม่เคยกลับมาอีกเลย หลังจากวันนั้นผู้เขียนร้องไห้หนักมากติดต่อกันกว่า 3 วันได้ ป้าของผู้เขียนปลอบใจว่าไม่เป็นไรมันไปดีแล้ว ในตอนนั้นผู้เขียนยังไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่ว่าคำนั้นหมายความว่าอะไร หนีไปหรอ? หรือได้ไปในที่ๆดีกว่า แต่ถึงอย่างไรมันก็น่าเศร้าอยู่ดีที่ต้องจากกัน

 

ไม่มีใครพบศพหรือพบเห็นไอ้เหมียวเลย ทุกคนต่างบอว่าไม่เห็น ไม่มีเบาะแส จู่ๆก็หายไป ลุงคิดว่าคงติดสัตว์จึงไม่กลับมาซึ่งมันเป็นธรรมชาติของแมวตัวผู้ แต่ป้าคิดว่าคงมีคนแถวนี้จับไปกินแล้วช่วยกันปิดเรื่องไว้ ถึงอย่างนั้นผู้เขียนก็ยังมีความหวังเสมอว่าซักวันหลังเลิกเรียนจะเห็นไอ้เหมียวกลับมาและเราจะได้เล่นด้วยกันเหมือนเดิม

 

ปัจจุบันผู้เขียนทำได้เพียงยอมรับว่าคงไม่มีทางได้เจอกันอีกแล้ว หรือหาได้เจอเราก็คงจำกันไม่ได้หรอก เพราะผ่านมาเป็นสิบปีแล้วที่ผู้เขียนย้ายจากบ้านเก่าไปและแมวเองก็ไม่ใช่สัตว์ที่จดจำเจ้าของได้ดีอย่างสุนัข แม้ว่าที่ผ่านมาจะมีความสุขเพียงไร แต่การจากไปของไอ้เหมียวก็สร้างปมเล็กๆในใจให้ผู้เขียนไม่กล้าผูกพันกับสัตว์ตัวไหนมากเหมือนกัน ทุกครั้งที่มีสัตว์เลี้ยงตัวใหม่ผู้เขียนจะไม่บังคับ ไม่เข้าไปยุ่งวุ่นวายมากนัก เพียงเฝ้ามองและปล่อยให้ทำตามใจอย่างอิสระมากกว่า ผู้เขียนจะไม่รู้สึกผูกพันหรือเข้าไปสนิทมากเหมือนมีกำแพงกั้นความรู้สึกไม่ให้ใส่ไปเต็มร้อยเพราะกลัวว่าตอนจากลากันต้องกลับมาเศร้าเสียใจอีก

 

ผู้เขียนยังรู้สึกชอบแมวเหมือนเดิม เพียงแค่รักไม่ได้แบบแมวตัวแรกแล้วเท่านั้น แม้การจากลาจะเป็นเรื่องน่าเศร้า แต่ความทรงจำที่มีความสุขด้วยกันนั้นเป็นความทรงจำที่มีค่าถึงขนาดที่ว่า หากย้อนเวลาลากลับไปเลือกใหม่ได้ ผู้เขียนก็ยังเลือกที่จะได้ใช้เวลาและมอบความรักให้กับไอ้เหมียวเหมือนเดิมอยู่ดี

 

นานาสาระ ล่าสุด