ยินดีต้อนรับเข้าสู่เว็บไซต์ โรงเรียนเทศบาลวัดไทรอารีรักษ์(มณีวิทยา) สังกัดเทศบาลเมืองโพธาราม จังหวัดราชบุรี
วันที่ 8 พฤษภาคม 2021 12:22 PM
b-school01
logo-minโรงเรียนเทศบาลวัดไทรอารีรักษ์(มณีวิทยา)
หน้าหลัก » นานาสาระ » น้องออมเด็กชายผู้ถูก(พ่อแม่)รังแก

น้องออมเด็กชายผู้ถูก(พ่อแม่)รังแก

อัพเดทวันที่ 22 มกราคม 2021 เข้าดู 4 ครั้ง

น้องออมเด็กชายผู้ถูก(พ่อแม่)รังแก

เด็กชาย

เด็กชาย สวัสดีครับ ผมชื่อออม อายุ16ปี ผมเป็นเด็กผู้ชายธรรมดาๆทั่วไปที่มีความฝันอยากจะเป็นคนที่ร่ำรวยและมีเงินทองมากมายผมเลยต้องขยันมากเป็นพิเศษที่จะประสบความสำเร็จ ผมจึงได้ทำตามวิธีสมัยก่อนโดยการตั้งใจเรียนเพื่อที่จะได้เกรดดีๆเเละได้ทำงานตำแหน่งใหญ่โตผมทำอย่างงั้นมาตั้งแต่ผมอายุ7ขวบเพราะผมถูกปลุกฝั่งให้มีความคิดแบบนี้ด้วยความที่บ้านของผมนั้นเป็นครอบครัวที่ค่อนข้างจะหัว โบราณ และไม่มีความคิด เด็กชาย ที่จะปรับตัวไปตามยุคสมัยผมจึงถูกสั่งสอนมาแบบนั้น แน่นอนครับผมทำตามที่เขาบอกทุกอย่าง

พ่อและแม่ของผมเขาวางแผนและกำหนดทางของชีวิตผมไว้หมดทำให้ไม่มีโอกาสที่จะได้คิดอะไรเองเลย ผมมีหน้าที่แค่ไปเรียน กลับบ้าน ทำการบ้าน อ่านหนังสือ และเข้านอน ชีวิตประจำวันมีอยู่แค่นี้ไม่โอกาสที่จะออกไปเล่นกับเพื่อนๆแถวบ้านเลยแม้แต่จะเปิดดูTVก็ยังโดนจำกัดแม่ผมให้ผมดูทีวีวันละ1-2ชั่วโมงเขาบอกกับผมว่าการที่ดูทีวีเยอะไปทำให้เรียนไม่เก่งผมก็เชื่อเขาและได้ทำตามที่บอกโดยที่ไม่มีคำถาม คงเป็นเพราะผมยังเด็กและเมื่อเวลาผมมีข้อสงสัยและถามออกไปแม่ผมจะบอกเวลาว่าสิ่งที่ผมทำมันคือการเถียงเป็นนิสัยของเด็ก

ไม่ดีและจะทำให้ไม่มีเพื่อนพอผมได้โตขึ้นได้เจอกับสังคมใหม่ๆด้วยความที่ว่าบ้านผมจำกัดเรื่องการดูทีวีเเละการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตแต้มันก็ไม่ได้ทำให้ผมหมดสิ้นหนทางการพัฒนาตนเองผมเริ่มคิดมาได้สักพักแล้วว่าวิธีที่บ้านผมใช้กับผมนั้นมันใช้ได้ก็จริงแต่ผมคิดว่ามันมีวิธีที่ทำได้เร็วกว่านี้ผมเชื่ออย่างนั้นมาโดยตลอดและทุกครั้งที่ผมได้เรียนวิชาคอมพิวเตอร์ผมจะรีบทำงานให้คาบให้เสร็จและหาเวลาเข้าอินเทอร์เน็ตแม้มีเวลาเพียง20-30นาทีต่อคาบเรียนที่จะได้เปิดgoogleและหาวิธีทางที่จะประสบความสำเร็จที่ไวกว่าการมานั่งเรียนและไปเป็นลูกน้องเขาแบบที่บ้านผมบอกผมก็ทำ

ทำแบบนี้อยู่3ปีจนตอนนี้ผมอยู่ม.4เทอมสองผมได้เจอกับวิธีการนึ่งนั้นก็คือการอดออม แต่ไม่ใช่การอดออมแบบเก่าที่หยดกระปุกและก็แคะออกมาไปชื้อของที่ชอบ หลังจากที่ผมเจอวิธีนั้นผมได้ทำการเก็บตังจากเงินที่ได้เป็นค่าขนมไปโรงเรียน ผมได้เงินไปโรงเรียนวันละ500บาท ถ้าตัดเรื่องค่าใช่จ่ายที่ไม่จำเป็นออกก็จะเหลือเก็บวันละ200บาท ในส่วนที่ค่าใช้จ่ายที่ผมได้ตัดออกไปนั้นก็คือ ค่าข้าว และค่าเติมเกม ผมได้ตัดสินใจว่าจะไม่เติมเกมอีกส่วนค่าข้าวผมได้ห่อข้าวจากบ้านไปกินเพื่อที่จะไม่ชื้อข้าวที่โรงเรียนผมทำแบบนี้อยู่2ปีจนผมอยู่ม.6เทอม2 อายุได้18ปี ผมมีเงินเก็บอยู่146000บาท

สำหรับเพื่อนๆอาจจะมองว่ามันเยอะเอามากๆแต่ผมยังไม่พอผมต้องการเงินมากกว่านี้เพื่อที่จะทำตามความฝันของผม แต่เรื่องราวก็ต้องมาสะดุดเพราะผมโดนที่บ้านจับได้ว่าผมมีแผนการที่จะทำอะไรผมได้ทำการหนีออกจากบ้านมาเพราะตอนนั้นเป็นช่วงปิดเทอมที่จะไปต่อเข้ามหาวิทยาลัย ผมได้ไปสมัครงานเป็นเด็กล้างจานที่ร้านหมูกระทะแห่งหนึ่งได้เงินวันละ300บาท

ใช่ครับมันน้อยกว่าค่าขนมที่ได้ไปโรงเรียนสะอีกแต่ผมก็เลือกที่จะทำงานต่อไปเพราะผมไม่อยากอึดอัดอีกแล้วการที่ต้องอยู่แบบนั้นมา18ปีมันขมขื่นมากไม่ได้คิดอะไรเองเลย ห้ามออกความคิดเห็น คนที่เห็นต่างเท่ากับคนที่ไม่รักดีผมได้ทำงานได้3เดือนมหาลัยผมได้เปิดขึ้นเลยจำเป็นที่ต้องออกจากที่เก่าเนื่องจากเวลาพักผ่อนไม่พอและผมต้องแบ่งเวลาไปเรียนด้วยเลยมีความคิดที่จะเอาเงินเก็บออกมาใช้แต่พอนึกถึงภาพความฝันมันก้ทำใจใช้ไม่ลงผมจึงได้เดินออกหางานที่สามารถทำไปด้วยและเรียนได้ด้วยได้และในที่สุดก็เจอครับ งานที่ไปสมัครนั้นก็คือพนักงานขายตั๋วหนังครับ 

มันตอบโจทย์ของผมมากเพราะมีเวลาเรียน เวลาพักผ่อน เเละได้ทำงานหาเงินไปในตัว หลังจากที่่ได้งานผมมีความสุขงานที่ทำมากเพราะถ้าเทียบกันกับงานล้างจานแล้วมันสบายกว่ามาก มันอยู่ในห้องแอร์ไม่ต้องไปตากแดดตากลม และไม่สกปรกอีกด้วย ผมทำได้อยู่3เดือนผมก็เริ่มที่จะรู้จักคนมากขึ้นและที่สำคัญได้มีโอกาสสนิทกับหัวหน้าที่ทำงาพี่เขาเป็นคนเฟรนรี่ ใจดีและอบอุ่น เขาคอยดูแลผมเสมอมาตั้งแต่วันแรกที่มาสมัครใช่ครับผมพูดขนาดนี้หัวหน้าเป็นผู้หญิงนั้นเอง จริงๆแล้วพี่เขาก็ไม่ได้หน้าตีดีอะไรมากครับแต่ก็ไม่ได้หน้าเกลียดเขาเป็นคนตัวสูง ผมยาว ผิวขาวหุ่นก็พอใช้ได้

กล้าพูดได้เต็มปากเลยครับว่าที่ผมชอบทำงานที่นี่ส่วนหนึ่งก็เพราะเขานั้นและ5555จะบอกว่านี่เป็นรักครั้งแรกของผมเลยก็ได้ครับจากที่เล่ามากข้างต้นทุกคนคงจะพอเดาได้ว่าช่วงเวลานั้นอย่าว่าเเต่จะไปมีความรักเลยครับ เวลาส่วนตัวยังจะไม่มีเลย  ผมจึงทุ่มเทกับงานนี้มากครับเรียกได้ว่าจริงจังเลยละ แต่อยู่มากวันนึงผมได้เห็นหัวหน้าของผมอยู่กับผู้ชายคนนึงตอนนั้นไม่รู้หรอกว่าพวกเขาเป็นอะไรกันแต่ถ้าเป็นคนปกติก็ต้องคิดว่าเป็นแฟนไว้ก่อนเพราะดูจากความใกล้ชิดและสนิทแต่ผมก็ยังไม่หยุดสงสับยแค่นี้ผมใช้ความที่เป็นคนตรงๆของผมเป็นไปถามตรงๆกับหัวหน้าเลยว่าเขาเป็นอะไรแต่ก็แน่นอนครับว่าผมใจเต้นรัวๆ

แต่ก็ได้รับข่าวดีกลับมาครับผู้ชายคนนั้นเขาเป็นพี่ของหัวหน้าผมนั้นเองครับและที่สำคัญเขาเป็นตุ้ดด้วยนั้นเองเรียกได้ว่าโล่งอกไปเลยทีเดียว หลังจากนั้นผมก็ทำงานมาเรื่อย ๆจนจะเรียนจบ มันก็ผ่านมาประมาณ3-4ปีผมจึงตัดสินใจที่จะไปสารภาพรักกับหัวหน้า ใช้เวลาเตรียมใจอยู่นานเหมือนกันจนในที่สุดผมก็ได้สารภาพรักกับเขา

และคำตอบที่ได้รับกลับมาก็คือ เขาตอบผมว่าเขาก็รู้สึกดีกับผมแต่ว่าผมยังเด็กเกินไปและทำงานอยู่กับเขาคนจะมองดูไม่ดีเขาบอกว่าเขาจะคบกับผมวันที่ผมนั้นได้รับปริญญา ผมนี่ยิ้มไม่หุบเลยเพราะวันรับปริญญาของผมคือในอีก1อาทิตย์หลังจากที่ได้รับปริญญา ผมก็ได้คบกับหัวหน้าเราสองคนรักกันมากจนผมได้ไปรู้จักกับครอบครัวของฝ่ายหญิงและเขาก็ได้ชวนผมเล่นหุ้นและแน่นนอนผมตอบตกลงเพราะว่ามันเป็นสิ่งที่ผมอ่านเจอสมัยเด็กๆที่แอบเปิดgoogleในห้องคอมผมได้เอาเงินเก็บทั้งหมดมาลงทุนกับหุ้นและแน่นอนครับด้วยคำแนะนำจากทางพี่ของแฟนและเงินของผม ทำให้ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก

ผมกลายเป็นมหาเศรษฐีในเวลาไม่ถึง5ปี และนี่คือสิ่งที่ผมอ่านเจอให้ห้องคอมพิวเตอร์สมัยเรียนวิธีที่จะทำให้รวยไวที่สุดถ้าผมยังทำตามที่ครอบครัวบอกตอนนี้ผมคงจะไปเป็นลูกน้องของใครสักคนในที่ไหนสักที่อย่างแน่นอน เรื่องนี้สอนให้รู้ว่าความพยายามอยู่ที่ไหนความสำเสร็จอยู่ที่นั้น สังเกตุได้ว่าออมไม่เคยยอมแพ้ต่ออุปสรรคที่เข้ามาแม้ครอบครัวจะไม่สนับสนุนแต่ออมก็ไม้ได้สนใจเดินหน้าทำตามอุดมการณ์และได้อดทนทำตามความฝันจนสำเสร็จ

นานาสาระ ล่าสุด