ยินดีต้อนรับเข้าสู่เว็บไซต์ โรงเรียนเทศบาลวัดไทรอารีรักษ์(มณีวิทยา) สังกัดเทศบาลเมืองโพธาราม จังหวัดราชบุรี
วันที่ 27 กันยายน 2021 1:51 PM
b-school01
logo-minโรงเรียนเทศบาลวัดไทรอารีรักษ์(มณีวิทยา)
หน้าหลัก » นานาสาระ » ลมพิษ การรักษาเพื่อลดความรุนแรงของอาการ

ลมพิษ การรักษาเพื่อลดความรุนแรงของอาการ

อัพเดทวันที่ 23 สิงหาคม 2021 เข้าดู 11 ครั้ง

ลมพิษ การรักษาควรระบุสาเหตุ เพราะเป็นสิ่งสำคัญในการหลีกเลี่ยงการกลับเป็นซ้ำ สามารถให้การรักษาแบบการลดความอ่อนไหวต่อเหตุการณ์ หรือยาป้องกัน สำหรับสารก่อภูมิแพ้ที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ผู้ป่วยเรื้อรัง สามารถใช้การรักษาหลายอย่าง หรือใช้ยาระยะยาว เพื่อค่อยๆ ลดขนาดยาลง พยายามใช้ยารักษาระดับต่ำสุด

ลมพิษ

สามารถใช้ยาต้านฮีสตามีน ซึ่งคัดเลือกตามสภาพ และอาการแสดงให้ใช้ยา รีเซอร์พีน รวมถึงยาอื่นๆ เพราะสามารถช่วยรักษา ลมพิษ เรื้อรัง บางคนใช้การฉีดสเตียรอยด์ทุก 3 ถึง 4 สัปดาห์ เพื่อรักษาอาการลมพิษเรื้อรัง ยาเฉพาะที่รวมทั้งโลชั่นคาลาไมน์ หรือโลชั่นซิงค์ออกไซด์ สามารถให้ผลชั่วคราวได้

ในกรณีเรื้อรัง สามารถลองใช้การบำบัด การบำบัดอัตโนมัติ การบำบัดด้วยการฝังเข็ม การบำบัดด้วยออกซิเจน การบำบัดด้วยเนื้อเยื่อ การทำให้เหงื่อออก และการล้างพิษ สาเหตุของลมพิษเรื้อรัง เกิดจากอาหาร ได้แก่ ปลา กุ้ง ปู และไข่เป็นอาหารทั่วไป เครื่องเทศและเครื่องปรุงรสบางชนิด สามารถทำให้เกิดได้เช่นกัน

ยาสามารถทำให้เกิดโรคนี้ได้ เพนิซิลลิน ซัลโฟนาไมด์ ฟูราโซลิโดน วัคซีนในซีรั่ม ทำให้เกิดลมพิษผ่านกลไกภูมิคุ้มกัน แอสไพริน มอร์ฟีน อะโทรพีน วิตามินบี 1 และยาอื่นๆ เป็นสารปล่อยฮีสตามีน ซึ่งสามารถปล่อยฮีสตามีนจากแมสต์เซลล์โดยตรง เพื่อทำให้เกิดลมพิษ

การติดเชื้อรวมถึงไวรัสเช่น ไวรัสไข้หวัดใหญ่ ไวรัสตับอักเสบ รวมถึงแบคทีเรีย และปรสิตเช่น พยาธิตัวกลม ปัจจัยทางชีวภาพ ปัจจัยจากสัตว์และพืชเช่น แมลงกัดต่อย หรือการสูดดมละอองเกสร ขน สะเก็ดผิวหนังเป็นต้น ปัจจัยทางกายภาพได้แก่ ความเย็น ความร้อน แสงแดด การเสียดสี หรือความกดดันล้วนเกิดขึ้นได้

อาการของลมพิษเรื้อรัง ก่อนที่โรคมันจะมีอาการคัน หรือรู้สึกเสียวซ่า และผื่นจะปรากฏขึ้นอย่างรวดเร็ว ผู้ป่วยบางรายจะมีอาการเช่น เบื่ออาหาร วิงเวียนทั่วไป ปวดศีรษะ หรือมีไข้ภายในไม่กี่ชั่วโมง หรือภายใน 1 ถึง 2 วัน หลังจากมีอาการมันมีจุดบวมแดงหรือซีด และมีรอยแดงรอบผิวหนังที่เกิดอาการคัน

โรคผิวหนัง สามารถรวมรอยโรคที่อยู่ติดกันหลายรอย เมื่อมีแผลพุพองในโรคมันจะเรียกว่า ลมพิษตุ่ม แต่มันมักจะหายไปเองตามธรรมชาติ ภายในไม่กี่ชั่วโมงหรือภายใน 1 ถึง 2 วัน เพราะแผลที่ผิวหนังใหม่จะปรากฏขึ้นในส่วนอื่นๆ ทีละน้อย มันจะหายไป และไม่มีความเสียหายใหม่เกิดขึ้น ภายใน 24 ชั่วโมง หลังจากที่โรคหายไป ผิวหนังก็กลับมาเป็นปกติ

ขนาดและจำนวนของอาการที่ผิวหนังมีความแปรปรวน ซึ่งสามารถปรากฏบนส่วนใดส่วนหนึ่งของผิวหนัง และเยื่อเมือก ทำให้เกิดอาการคันอย่างรุนแรง การฝังเข็ม รวมถึงความรู้สึกแสบร้อน โดยมีระดับจะแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ในกรณีที่รุนแรง จะมีอาการทางระบบเช่น ปวดศีรษะและมีไข้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผู้ป่วยลมพิษเฉียบพลัน อาจมีไข้ประมาณ 40 องศา ความดันโลหิตลดลง หรืออาจถึงขั้นเป็นลมและช็อกได้

ผู้ป่วยส่วนใหญ่มีอาการคันเท่านั้น และไม่มีอาการอื่น วิธีป้องกันลมพิษเรื้อรัง หากสัมผัสกับสารก่อภูมิแพ้น้อยลง สำหรับผู้ป่วยที่อาจเกิดจากการสัมผัสกับลมพิษ ควรใช้สบู่ที่มีน้ำหอมน้อยลง พยายามอย่าสัมผัสสารเคมีเช่น ยาง ยาย้อมผม หรือสวมถุงมือ เมื่อสัมผัสสิ่งของเหล่านี้ ควรรักษาห้องให้สะอาด การเลี้ยงแมว สุนัขและสัตว์เลี้ยงอื่นๆ ที่บ้านให้น้อยลง เพราะขนหรือสะเก็ดผิวหนัง รวมถึงอุจจาระของสัตว์เลี้ยงอื่นๆ อาจทำให้เกิดอาการแพ้ในมนุษย์

ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการแพ้การสูดดม ดังนั้นควรทำความสะอาดบ่อยๆ ที่บ้าน และใช้พรมน้อยลง เพราะฝุ่นมักประกอบด้วยไรฝุ่นที่มองไม่เห็นด้วยตามนุษย์ หากสูดดมฝุ่นเข้าไป มักทำให้เกิดอาการแพ้บ่อยครั้งโดยไม่รู้ตัว ผู้ป่วยที่มีประวัติภูมิแพ้ ควรไปสวนสาธารณะให้น้อยลง พยายามอย่าปลูกดอกไม้ที่บ้าน เพื่อหลีกเลี่ยงการแพ้ที่เกิดจากละอองเกสรดอกไม้

อ่านต่อได้ที่>>>โรคซึมเศร้า ส่งผลให้ผู้ป่วยอาการรุนแรงฆ่าตัวตายได้อย่างไร

นานาสาระ ล่าสุด