ยินดีต้อนรับเข้าสู่เว็บไซต์ โรงเรียนเทศบาลวัดไทรอารีรักษ์(มณีวิทยา) สังกัดเทศบาลเมืองโพธาราม จังหวัดราชบุรี
วันที่ 8 พฤษภาคม 2021 12:13 PM
b-school01
logo-minโรงเรียนเทศบาลวัดไทรอารีรักษ์(มณีวิทยา)
หน้าหลัก » นานาสาระ » การก่อตั้งรัฐชาติในยุโรประหว่างคริสต์ศตวรรษที่ 15 ถึง คริสต์ศตวรรษที่ 17

การก่อตั้งรัฐชาติในยุโรประหว่างคริสต์ศตวรรษที่ 15 ถึง คริสต์ศตวรรษที่ 17

อัพเดทวันที่ 27 มกราคม 2021 เข้าดู 11 ครั้ง

การก่อตั้งรัฐชาติในยุโรประหว่างคริสต์ศตวรรษที่ 15 ถึง คริสต์ศตวรรษที่ 17

ยุโรป
ยุโรป ในระหว่างคริสต์ศตวรรษที่ 16 จนถึง คริสต์ศตวรรษที่ 17 ยุโรป ได้มีการเคลื่อนไหวเพื่อก่อตั้งรัฐชาติในดินแดนต่างๆ เช่น สเปน ฝรั่งเศส อังกฤษ และรัสเซีย การเคลื่อนไหวเพื่อก่อตั้งรัฐชาติดังกล่าวสืบเนื่องมาจากความเสื่อมในระบบสากล คือ อำนาจทางศาสนาที่มีผู้กุมอำนาจอยู่ก็คือองค์พระสันตะปาปาครอบคลุมเหนือวิถีชีวิตของชาวยุโรปได้ลดลง

และ ความเสื่อมในระดับท้องถิ่นที่มีศูนย์กลางอยู่ที่ขุนนางและพวกเจ้าขุนมูลนายได้ลดลงเช่นเดียวกับอำนาจทางศาสนา เป็นผลสืบเนื่องมาจากขุนนางบางส่วนต้องไปออกรบในสงครามครูเสด ในขณะนั้นความเติบโตทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นจากสงครามครูเสด

ทำให้เกิดเมืองต่างๆ ขึ้นใหม่ เช่น เมืองลิสบอน ปารีส มอสส์โคว์ ลอนดอน เป็นต้น ความเสื่อมดังที่กล่าวมากลายเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้กลุ่มคนบางกลุ่มที่ได้สั่งสมความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจ ได้รับการสนับสนุนให้ขึ้นมาปกครองโดยประชาชนเป็นผู้ให้ความสนับสนุน

ลักษณะสำคัญของการเป็นรัฐชาติในยุคใหม่ คือ การเป็นรัฐชาติที่มีการแบ่งเขตแดน หรือการแบ่งดินแดนอย่างชัดเจน มีพระมหากษัตริย์ หรือองค์กษัตริย์เป็นประมุข และองค์กษัตริย์จะเป็นผู้ที่มีอำนาจสูงสุด การเป็นบริบทของรัฐชาติต้องการให้มีองค์ประกอบที่เป็นพลเมือง ซึ่งมีเชื้อชาติ มีภาษา มีความเชื่อและศาสนา ไปจนถึงการมีวัฒนธรรมที่คล้ายคลึงกัน

และยังต้องการให้พลเมืองมีความผูกพันกัน โดยได้ปลูกฝังให้มีจิตสำนึกเรื่องของประวัติศาสตร์ร่วมกัน รวมถึงการเลือกนับถือศาสนาที่ต้องการให้ไปในทิศทางเดียวกัน รัฐชาติพยายามให้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ดินแดนที่มีการเคลื่อนไหวในการพยายามก่อตั้งเป็นรัฐชาติ ได้แก่

1.สเปน

ในคริสต์ศตวรรษที่ 15 สเปนประกอบด้วยแว่นแคว้นต่างๆ มีแคว้นที่สำคัญๆ ได้แก่ แคว้นคาสตีล

(Castile) และ แคว้นอารามกอ (Aragon) ที่ได้รวมกันเมื่อ ค.ศ.1469 เนื่องมาจากพระนางอิสเบลลาผู้ที่ปกครองแคว้นคาสตีลได้แต่งงานกับพระเจ้าเฟอร์ดินาน ผู้ปกครองแคว้นอารากอ ประชากรส่วนใหญ่ภายในแคว้นนับถือศาสนาคริสต์ ต่อมาทั้งพระนางอิสเบลลาและพระเจ้าเฟอร์ดินานได้ร่วมกันทำสงครามชนะกลุ่มของพวกมัวร์ (Moor) ในปี ค.ศ.1492 พวกมัวร์ที่กล่าวถึงเป็นผู้ปกครองแคว้นรานาดา

(Granada) ซึ่งแคว้นรสนาดานั้นอยู่ทางตอนใต้ของสเปน ประชากรส่วนใหญ่ของกรสนาดานับถือศาสนาอิสลาม แคว้นต่างๆ ในสเปนได้รวมกันเป็นรัฐชาติ เพื่อป้องกันการโจมตีของพวกมัวร์ สเปนก่อตั้งรัฐชาติได้สำเร็จในคริสต์ศตวรรษที่ 16 โดยกษัติริย์สเปนได้ปกครองรัฐด้วยอำนาจเด็ดขาด และยังโดปรดให้มีการพัฒนากองทัพเรื่อให้มีประสิทธิภาพ ทำให้สเปนกลายเป็นรัฐชาติที่เป็นมหาอำนาจในคริสต์ศตวรรษที่ 16

จนถึงปลายศตวรรษได้มีเหตุการณ์ที่สำคัญทำให้สเปนต้องเสื่อมถอยลงก็คือ กองทัพเรืออาร์มาดา (Armada) ของสเปนที่มีความแข็งแกร่งและเข้าแข็งได้พ่ายแพ้ให้กับกองทัพเรื่องของอังกฤษในปี 1588 เป็นเหตุจำเป็นทำให้สเปนต้องยอมให้เอกราชกับฮอลันดาในปี 1609 ทำให้รัฐชาติสเปนสูญเสียอาณานิคมของตนไป และยังมีคู่แข่งทางการค้าเกิดขึ้นก็คือ ฮอลันดา และอังกฤษ

2.ฝรั่งเศษ

ในปลายศริสต์ศตวรรษที่ 15 เมื่อสงครามร้อยปี (the Hundred Years War : ค.ศ.1337 -1453) สงครามระหว่างฝรั่งเศสและอังกฤษได้สิ้นสุดลง ทำให้กษัตริย์ฝรั่งเศสองค์ต่อมามีอำนาจเพิ่มมากยิ่งขึ้น พระองค์เริ่มทำการปราบปรามพวกเหล่าขุนนางต่างๆ ที่มีอำนาจอยู่ภายในท้องถิ่น เพื่อรวมแผ่นดินเป็นรัฐชาติ และเมื่อรัชกาลของพระองค์ได้สิ้นสุดลง

ชาวฝรั่งเศสได้ทำการสู้รบอย่างรุนแรง เนื่องจากความขัดแย้งทางด้านศาสนา ระหว่างกลุ่มประชาชนส่วนใหญ่ที่นับถือศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิก กับกลุ่มประชาชนที่นับถือศาสนาคริสต์นิกายโปเตสแตนด์ท์ ซึ่งเป็นประชาชนกลุ่มที่เป็นส่วนน้อยที่เรียกว่า ฮูเกโนต์ (Huguenots)

การรบครั้งนี้ได้อ้นสุดลงเพราะเกิดเหตุการณ์สังหารหมู่ในวันฉลองนักบุญบาร์โธโลมิว ต่อมาหัวหน้ากลุ่มของฮูเกโนต์ ที่มีชื่อว่า เฮรี่ ได้สถาปนาตนเองเป็นพระเจ้าเฮนรีที่ 4 (Henry of Navarre) พระองค์สร้างความสมานฉันท์ให้กับคนในสังคมโดยการเปลี่ยนศาสนาของตนไปเป็นศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิก และได้ประกาศฎีกาแห่งเมืองนองส์ (The Edict of Nantes) ในปี ค.ศ.1598 ได้ถือว่าเป็นการแสดงขันติธรรมทางศาสนา

ผลงานของพระเจ้าเฮนรีที่4 ส่งผลให้การสร้างรัฐชาติของฝรั่งเศสมั่นคงทั้งด้านเศรษฐกิจและการเมือง แต่ว่าองค์กษัตริย์องค์ต่อมาคือ พระเจ้าหลุยส์ที่ 13 ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นตัวอย่างในการปกครองรูปแบบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ พระเจ้าหลุยส์ที่ 13 มีพระคาดินัลลิเชอลิเออ (Cardinal Richelieu) เป็นอัครเสนาบดีช่วยในการบริหารประเทศ พระคาดินัลมองว่าพวกฮูเกโนต์เป็นอุปสรรคต่อการรวมฝรั่งเศสเป็นรัฐชาติ

พระคาดินัลจึงเสนอให้พระเจ้าหลุยส์ที่ 13 ออกกฎหมายปราบปรามควบคู่ไปกับการลดอำนาจขุนนางท้องถิ่นในฝรั่งเศส และรวบรวมฝรั่งเศสเป็นรัฐชาติสำเร็จในคริสต์ศตวรรษที่ 17 ฝรั่งเศสเป็นชาติที่มีอำนาจใน ยุโรป

เรื่องราวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ ประวัติศาสตร์ 

นานาสาระ ล่าสุด