ยินดีต้อนรับเข้าสู่เว็บไซต์ โรงเรียนเทศบาลวัดไทรอารีรักษ์(มณีวิทยา) สังกัดเทศบาลเมืองโพธาราม จังหวัดราชบุรี
วันที่ 8 พฤษภาคม 2021 10:49 AM
b-school01
logo-minโรงเรียนเทศบาลวัดไทรอารีรักษ์(มณีวิทยา)
หน้าหลัก » นานาสาระ » ถ้าโลกจะเเตก

ถ้าโลกจะเเตก

อัพเดทวันที่ 14 มกราคม 2021 เข้าดู 9 ครั้ง

ถ้าโลกจะเเตก

ถ้าโลกจะเเตก

ถ้าโลกจะเเตก เชื่อว่าทุกคนคงจะมีความลับที่ไม่อยากบอกใครเเละไม่อยากให้ใครมารู้ ซึ่งส่วนใหญ่ก็น่าจะเป็นเรื่องส่วนตัวหรือว่าเรื่องที่อาจจะมีผลกระทบต่อคนที่รู้ ฉันมีอยู่เรื่องนึงที่เป็นความลับและฉันก็ไม่กล้าที่จะบอกใครเพราะฉันกลัวว่าถ้าหากพูดไปมันอาจจะส่งผลค่อนข้างมากสำหรับคนที่รู้

 

“ท่านคะ ท่านคิดจะปิดข่าวนี้อีกนานแค่ไหนคะ”

“ผมไม่อยากให้ประชาชนทุกคนแตกตื่น”

“แต่ทุกคนจำเป็นต้องรู้เรื่องนี้นะคะ ในเมื่อเราไม่สามารถหาทางป้องกันได้ เราก็ควรจะบอกให้ทุกคนรู้เตรียมตัวรับมือเอาไว้”

“งั้นหรอ คุณคิดว่าจะเกิดอะไรขึ้นหรอ ถ้าหากประชาชนทุกคนรู้ว่าอีก 2 เดือนโลกเราจะแตก”

 

ใช่แล้วล่ะเพราะฉันบังเอิญได้ไปรู้ความลับว่าโลกกำลังจะถึงจุดจบ ฉันตกใจมากและไม่อยากจะเชื่อหูของตัวเองเพราะสถานการณ์บนโลกตอนนี้ปกติและทุกคนก็ใช้ชีวิตประจำวันกันโดยที่ไม่ได้คาดหวังถึงภัยพิบัติที่จะเกิดขึ้น ฉันคงเป็นประชาชนคนเดียวที่รู้เรื่องนี้ สิ่งที่ฉันหนักใจก็คือฉันควรจะทำยังไงต่อไป ในเมื่อฉันรู้ว่าโลกจะแตกมุมมองของฉันที่มองโลกใบนี้ก็จะแตกต่างจากทุกคน

 

ระยะเวลา 2 เดือน งั้นก็แปลว่า 60 วันนี้ฉันต้องใช้มันอย่างคุ้มค่า คำถามคือฉันจะเก็บความลับนี้ไว้คนเดียว หรือบอกความลับนี้กับทุกคน เพื่อให้ทุกคนได้เตรียมตัวรับมือกับปัญหาและใช้เวลาให้คุ้มค่าก่อนที่จะไม่มีโอกาส แต่ถ้าหากฉันเลือกทำแบบนั้นผลที่มันจะตามมาก่อนวันโลกแตกก็คือสังคมจะเกิดความวุ่นวาย ทุกคนจะตื่นตระหนก และทำให้ทุกอย่างมันแย่กว่าเดิม

 

มันเป็นทางเลือกที่น่าหนักใจมากสำหรับฉันเพราะปัญหาที่ฉันแบกรับไว้มันคือปัญหาของคนทั้งโลก ถ้าหากเกิดโลกแตกขึ้นมาจริงๆแล้วทุกคนไม่ได้เตรียมตัวฉันก็รู้สึกผิดที่ไม่ได้บอก แต่ถ้าหากฉันบอกไปฉันก็กลัวว่าฉันจะเป็นสาเหตุที่ทำให้สังคมเกิดความวุ่นวายแต่นั่นมันก็เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้อยู่แล้ว เพราะทุกคนก็ต้องเอาตัวรอดกันเป็นธรรมดา เพียงแต่ฉันไม่อยากเป็นสาเหตุของความวุ่นวายในครั้งนี้

 

“ลูกรัก อีก 2 เดือนเราจะไปเที่ยวทะเลกัน แม่จองที่พักไว้แล้วเตรียมหาชุดไปเที่ยวได้เลย”

“ทำไมต้องอีก 2 เดือนด้วยล่ะแม่ ไปพรุ่งนี้เลยไม่ได้หรอ”

“ไม่ได้ ต้องรอให้พ่อกับแม่หยุดงานยาวก่อนแล้วเราถึงจะไปเที่ยวกัน อีกแค่ 2 เดือนเองอดทนรอหน่อย”

“แต่หนูอยากไปวันพรุ่งนี้เลย พ่อกับแม่หยุดงานเลยได้ไหมแล้วเราก็ไปเที่ยวด้วยกันหลายๆที่ อยากไปที่ไหนก็ไป ใช้ชีวิตให้คุ้มค่า”

“ใช้ชีวิตให้คุ้มค่าหรอ ไปเอาความคิดนี้มาจากไหน ทำเหมือนกับว่าพรุ่งนี้โลกจะแตก”

“เเล้วถ้า…..พรุ่งนี้โลกจะแตกจริงๆล่ะแม่”

“ถามอะไรอย่างนั้นล่ะมันเป็นลางไม่ดี”

“เอาหน่าเเม่ ไม่เป็นไรหรอกมันแค่เรื่องสมมุติ ตอบคำถามหนูก่อน”

“ถ้าโลกจะแตกจริงๆแม่ก็คงใช้ชีวิตอย่างคุ้มค่า มีหลายอย่างที่เเม่อยากทำและแม่ก็ยังไม่ได้ทำ ถ้าแม่รู้ว่าโลกจะแตกแม่ก็คงจะหยุดงานแล้วก็อยู่กับครอบครัว ใช้ชีวิตให้มีความสุขที่สุดก่อนที่เราจะตาย”

 

เมื่อฉันได้ยินแบบนั้นฉันก็รู้สึกว่าฉันควรที่จะบอกแม่ บอกทุกคนให้เตรียมตัวเอาไว้ ในเมื่อรัฐบาลบอกว่าไม่สามารถรับมือกับปัญหาได้ นั่นหมายความว่าเราทุกคนคงต้องตายแน่ๆ ดังนั้นฉันจึงไม่อยากจะเก็บความลับไว้คนเดียวอีกต่อไป ทุกคนควรรู้เพราะมันเป็นเรื่องของทุกคน ทุกคนควรมีสิทธิ์ที่จะใช้ชีวิตให้คุ้มค่า อยู่กับคนที่ตัวเองรักก่อนวันที่โลกนี้ถึงจุดจบ แต่เมื่อฉันกำลังจะทำการเผยแพร่ข้อมูลวันโลกแตกลงบนโลกโซเชียลเสียงโทรศัพท์ของฉันก็ดังขึ้น

 

“ฮัลโหล เธอใช่เด็กคนที่ยืนฟังฉันคุยโทรศัพท์ในวันนั้นหรือเปล่า”

“คุณเป็นใคร และมีอะไร”

“ฟังนะ ไม่ว่าเธอจะได้ยินอะไรไป เธอควรคิดให้ดีๆก่อนที่จะทำอะไร”

“เรื่องโลกแตกน่ะหรอ ฉันตัดสินใจแล้วว่าฉันจะบอกทุกคน ทุกคนมีสิทธิ์ที่จะรู้”

“ลองคิดดูดีๆสิถ้าทำแบบนั้นมันจะเกิดอะไรขึ้นตามหลัง สังคมเราก็จะเกิดความวุ่นวาย ทุกคนก็จะแตกตื่น เธอคงไม่อยากเป็นสาเหตุที่ทำให้สังคมเกิดความวุ่นวายหรอกนะ”

“แต่คุณเป็นคนบอกเองว่าคุณไม่มีวิธีแก้ไข ดังนั้นไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นทุกคนก็จำเป็นต้องรู้เรื่องนี้ เพื่อให้พวกเขาเตรียมตัวรับมือกับมัน ถ้าหากคุณคิดว่าคุณจะเก็บเรื่องนี้เป็นความลับก็เท่ากับว่าคุณปิดโอกาสให้ทุกคนได้ใช้ชีวิตอย่างคุ้มค่า”

“ใช้ชีวิตให้คุ้มค่าหรอ ผลที่ตามมามันไม่ได้โลกสวยขนาดนั้นหรอกนะ ในสังคมอาจจะเกิดการจลาจล การฆ่ากันเพื่อเอาตัวรอด อาจจะมีโจรเกิดขึ้นมากมาย ทุกคนทำได้เพื่อความอยู่รอด เธอต้องมองโลกให้มันกว้างกว่านี้ โลกนี้มันไม่ได้สวยงามขนาดนั้นหรอกนะ”

“พวกคุณก็เลยเลือกที่จะเก็บความลับเอาไว้ ทั้งๆที่คุณก็รู้อยู่แก่ใจว่ายังไงทุกคนบนโลกนี้ก็ต้องตาย คุณทำแบบนั้นได้ยังไงอ่ะ”

“ฉันรู้ว่าเธอทำแบบนั้นได้ เพราะถ้าเธอจะบอกความลับเรื่องโลกแตกเธอก็คงบอกไปตั้งนานแล้ว บางทีการที่ไม่รู้อะไรเลยมันก็ดีกว่ากันที่รู้เรื่องทุกอย่าง ฉันคิดว่าเธอน่าจะเข้าใจความรู้สึกนี้ดีนะ”

“มีคนรู้ความลับเยอะแค่ไหน”

“ก็มีแค่คนในองค์กรและถ้าเป็นประชาชนก็น่าจะมีเธอแค่คนเดียว เพราะเธอบังเอิญฟังฉันคุยโทรศัพท์ รู้ไหมว่าฉันตามตัวเธอนานมากกลัวว่าเธอจะเปิดเผยความลับ แต่ว่าฉันได้คุยกับเธอวันนี้ฉันก็รู้แล้วแหละว่าเธอคงไม่ทำแบบนั้นหรอก ใช้ชีวิตของเธอต่อไปเถอะนะ อย่าเป็นสาเหตุของความวุ่นวายเลย”

 

สุดท้ายฉันก็ตัดสินใจใช้ชีวิตไปอย่างปกติโดยที่รู้อยู่เต็มอกว่าอีกไม่กี่วันโลกนี้ก็จะถึงจุดจบ การที่ฉันตัดสินใจแบบนี้เพราะฉันไม่อยากให้คนที่ฉันรักต้องมารู้สึกแบบเดียวกับฉัน มันเป็นความรู้สึกที่เกิดอึดอัดมาก ต่อให้ฉันใช้ชีวิตคุ้มค่ามากแค่ไหนฉันก็ไม่มีความสุขเพราะฉันรู้อยู่แก่ใจว่าสุดท้ายแล้วมันก็ต้องตกลงอยู่ดี เหมือนกับว่านับวันไปเรื่อยๆเพื่อรอวันตาย แล้วถ้าเป็นคุณล่ะ ถ้าหากคุณรู้ว่าโลกใบนี้จะถึงจุดจบคุณจะเลือกบอกทุกคนหรือว่าจะเก็บไว้แค่คนเดียว

 

นานาสาระ ล่าสุด